ยิ่งอ้วนมาก ยิ่งมีโอกาสเสียชีวิตได้‼️
❓โรคอ้วนเป็นภาวะที่น้ำหนักตัวมากกว่าปกติ กำหนดโดยเกณฑ์ดัชนีมวลกาย(BMI) และ ร่างกายมีการสะสมไขมันมากเกินกว่าที่จะเผาผลาญได้
✨ด้วยวิถีการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันทำให้คนเป็นโรคอ้วนกันมากขึ้น จากสถิติขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า คนไทยเกือบหนึ่งในสามเป็นโรคอ้วน ซึ่งถือเป็นอันดับสองของอาเซียน รองจากมาเลเซียเลยทีเดียว โดยสิ่งที่น่ากลัวของโรคอ้วนไม่ใช่เพียงแค่ความไม่มั่นใจในความสวยงาม และบุคลิกภาพเท่านั้น แต่คือโรคแทรกซ้อนหรือโรคเรื้อรังที่ตามมาหลังจากเป็นโรคอ้วน ซึ่งเกิดจากการสะสมพลังงานในรูปไขมันตามอวัยวะต่างๆ ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตได้
❓ค่า BMI คืออะไร เท่าไหร่จึงเรียกว่าโรคอ้วน
BMI ย่อมาจาก Body Mass Index หรือ ดัชนีมวลกาย ค่าBMI หาได้จาก น้ำหนักตัว (kg) หารด้วยส่วนสูง (m) ยกกำลังสอง
- คนปกติมีค่า BMI 18.5 – 22.9 kg/m2
- น้ำหนักเกิน มีค่า BMI 23.0 – 24.9 kg/m2
- โรคอ้วน มีค่า BMI > 25 kg/m2
ภาวะแทรกซ้อนของโรคอ้วน
📍 โรคกระดูกและข้อ เช่น ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย เนื่องจากต้องรองรับน้ำหนักที่มากเกินไป
📍โรคหัวใจ เข่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
📍โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤต อัมพาต
📍 โรคเบาหวาน เนื่องจากความผิดปกติของฮอร์โมนและเมตาบอลิค
📍อาการหยุดหายใจขณะหลับ นอนกรน
📍ไขมันพอกตับ นิ่วในถุงน้ำดี
📍ประจำเดือนผิดปกติ ถุงน้ำในรังไข่
สาเหตุการเกิดโรคอ้วนแบ่งออกเป็น 2 สาเหตุหลักๆ
- ปัจจัยภายนอก เช่น รับประทานอาหารจำพวกไขมัน แป้ง และน้ำตาลมากจนเกินไป , รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ชอบกินจุบจิบระหว่างวัน , ระหว่างวันไม่ค่อยมีการขยับร่างกาย
- ปัจจัยภายใน เช่น กรรมพันธุ์ , เบาหวาน , ความดันสูง , ภาวะเครียด , ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ , การรับประทานยาบางชนิด , อายุที่มากขึ้น
☯️ ซึ่งการแพทย์แผนจีน มองว่า โรคอ้วนส่วนมากมักเกิดจาก กระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ร้อน , ชี่ตับติดขัด , ม้ามและไตหยางพร่อง ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนสารน้ำได้ เกิดเสมหะชื้นอุดกั้น สะสมในร่างกาย จึงทำให้มีรูปร่างอ้วนใหญ่
โรคอ้วนมีกี่ประเภท
แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ
1. โรคอ้วนแบบลงพุง (Central Obesity): ไขมันสะสมส่วนใหญ่บริเวณช่องท้องและอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ลำไส้ และกระเพาะอาหาร เป็นต้น
2. โรคอ้วนแบบกระจายทั่วร่างกาย (Generalized Obesity): ไขมันสะสมทั่วร่างกายมากกว่าปกติ ไม่จำเพาะเจาะจงบริเวณใดบริเวณหนึ่ง
☯️ การแยกกลุ่มอาการตามหลักการแพทย์แผนจีน
การวินิจฉัยโรคอ้วนตามหลักการแพทย์แผนจีน แบ่งได้เป็นกลุ่มอาการหลักๆ ดังนี้
1. กลุ่มอาการพร่องม้ามและความชื้นคั่ง : ผู้ป่วยมักมีลักษณะรูปร่างอวบอ้วน รู้สึกหนักตามแขนขา อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องอืด แน่นท้อง ถ่ายเหลว ลิ้นซีด ฝ้าลิ้นบางเหนียว
2. กลุ่มอาการพร่องม้ามและไต : ผู้ป่วยมีลักษณะอวบอ้วนคล้ายบวมน้ำ เหนื่อยง่าย หายใจหอบ เวียนศีรษะ ขี้หนาว เบื่ออาหาร ปวดเอว ปวดเข่า มักถ่ายเหลวหรือท้องเสียตอนเช้า ลิ้นซีด ฝ้าลิ้นบางขาว
3. กลุ่มอาการความร้อนและความชื้นคั่งในกระเพาะอาหาร : ผู้ป่วยมีรูปร่างใหญ่อ้วน ชอบรับประทานอาหารรสหวานมัน หิวบ่อย ปากแห้ง ปากเหม็น ท้องผูก ลิ้นแดง ฝ้าลิ้นเหลืองเหนียว
4. กลุ่มอาการชี่ติดขัดและเลือดคั่ง : ผู้ป่วยมีรูปร่างอ้วน รู้สึกตึงแน่นบริเวณชายโครงทั้ง 2 ข้าง แน่นท้อง หงุดหงิดง่าย ปากแห้ง เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ ฝันร้าย ประจำเดือนผิดปกติหรือขาด ลิ้นคล้ำ
การฝังเข็มรักษาโรคอ้วนได้จริงหรือ❓
การฝังเข็มอาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลน้ำหนัก โดยพิจารณาร่วมกับอาหาร การเคลื่อนไหว การนอน ความเครียด และโรคประจำตัว การตอบสนองแตกต่างกันในแต่ละคน ไม่ควรอธิบายว่าเป็นการเผาผลาญไขมันโดยตรงหรือควบคุมผลตรวจน้ำตาลและไขมันในเลือดแทนการรักษาตามแพทย์ผู้ดูแล
💡ฝังเข็มช่วยอะไร
- เสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของตับและไต
- ใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลน้ำหนักร่วมกับอาหารและการเคลื่อนไหว โดยติดตามการตอบสนองเป็นรายบุคคล
- ผู้ที่มีเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือโรคประจำตัว ควรดูแลร่วมกับการรักษาตามแพทย์ผู้ดูแล
- พิจารณาปัจจัยสุขภาพและโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักร่วมกับแพทย์ผู้ดูแล ไม่ใช้ฝังเข็มแทนการประเมินหรือรักษาความผิดปกติของฮอร์โมน
- ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น
- อิ่มง่าย ไม่หิวบ่อย ลดความอยากกินจุบจิบ
งานวิจัยเรื่องการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าสำหรับภาวะอ้วนลงพุง
งานวิจัยจากประเทศจีน
การทดลองแบบสุ่มในผู้มีภาวะอ้วนลงพุง 68 คน พบว่าการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าร่วมกับการปรับพฤติกรรมช่วยลดรอบเอวได้มากกว่าการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าหลอกร่วมกับการปรับพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ หลังรักษา 8 สัปดาห์ ผลต่างของการลดรอบเอวระหว่างกลุ่มเท่ากับ 7.38 เซนติเมตร และยังพบความแตกต่างเมื่อประเมินในสัปดาห์ที่ 32 ผลนี้สนับสนุนบทบาทของการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าร่วมกับการดูแลอาหารและกิจกรรมทางกาย โดยเป็นการศึกษาขนาดเล็กจากโรงพยาบาลแห่งเดียว
อ่านงานวิจัยต้นฉบับ⚠️การป้องกันไม่ให้น้ำหนักเกิน
* ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 45-60นาทีต่อวัน
* รับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ
* ตรวจสอบน้ำหนักตัวเป็นประจำ
* ควบคุมพฤติกรรมให้ทำอย่างสม่ำเสมอ
การฝังเข็มอาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลน้ำหนัก โดยประเมินอาการและปัจจัยสุขภาพร่วมกับพฤติกรรมการกิน การเคลื่อนไหว การนอน และความเครียด ทั้งนี้ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่การลดความอ้วนที่ดีนั้นควรทำการฝังเข็มควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ทั้งการรับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการพักผ่อนอย่างเพียงพอจึงจะเกิดผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
ก่อนเริ่มดูแลน้ำหนัก แพทย์ควรประเมินปัจจัยอะไรบ้าง?
ควรประเมินเป้าหมาย อาหาร การเคลื่อนไหว การนอน โรคประจำตัว และยาที่ใช้ ร่วมกับอาการโดยรวม ตามแนวคิดแพทย์แผนจีน แพทย์อาจพิจารณารูปแบบความไม่สมดุล เช่น ม้ามพร่อง ความชื้นสะสม หรือชี่ติดขัด ไม่ใช้คำว่าความชื้นแทนไขมันหรือความผิดปกติของเมแทบอลิซึมทางชีวการแพทย์โดยตรง
ควรติดตามข้อมูลอะไรนอกจากตัวเลขน้ำหนักบนเครื่องชั่ง?
ติดตามพฤติกรรมการกิน การเคลื่อนไหว การนอน ความหิว และอาการที่เป็นเป้าหมายร่วมกับน้ำหนัก ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์และผู้รับบริการทบทวนแผนได้ชัดขึ้น การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและระยะเวลาในการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินความคืบหน้าและปรับแผนให้เหมาะสม
การดูแลด้วยฝังเข็มควรวางร่วมกับอาหารและการเคลื่อนไหวอย่างไร?
ควรวางเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลน้ำหนักที่มีอาหารและการเคลื่อนไหวเหมาะกับสุขภาพและชีวิตประจำวัน การฝังเข็มไม่ควรถูกอธิบายว่าเผาผลาญไขมันโดยตรงหรือแทนการปรับพฤติกรรมได้ หากมีโรคประจำตัวหรือข้อจำกัด ควรประสานแผนกับแพทย์ผู้ดูแล
หากน้ำหนักหรืออาการไม่เปลี่ยนแปลง ควรทบทวนแผนการดูแลอย่างไร?
ควรนำข้อมูลที่ติดตามมาทบทวนกับแพทย์ โดยดูทั้งเป้าหมาย พฤติกรรม โรคประจำตัว ยา และการตอบสนอง ไม่เพิ่มจำนวนครั้งโดยอัตโนมัติเพียงเพราะน้ำหนักยังไม่ลด แผนอาจต้องปรับหรือประเมินเพิ่มเติมตามเหตุที่พบ
ฝังเข็มเพื่อดูแลน้ำหนักต้องทำกี่ครั้ง?
จำนวนครั้งขึ้นกับเป้าหมาย อาการร่วม ระยะเวลาที่เป็น และการตอบสนองของแต่ละคน แพทย์ควรอธิบายวิธีติดตามและทบทวนแผนให้เข้าใจ ไม่ใช้จำนวนครั้งหรือผลลดน้ำหนักตายตัวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ใช้ยาประจำอยู่ สามารถพิจารณาฝังเข็มร่วมกับการดูแลน้ำหนักได้ไหม?
ให้แจ้งแพทย์ถึงยาและอาหารเสริมทั้งหมดเพื่อประเมินความเหมาะสมของการดูแล ไม่ควรเหมารวมว่าฝังเข็มเพียงอย่างเดียวมีปฏิกิริยาระหว่างยาทั่วไป หากมีการสั่งยาจีน ต้องประเมินปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยาและอาหารเสริมเพิ่มเติม และไม่หยุดหรือปรับยาประจำเอง
“อยากลดความอ้วน ลดไขมัน พบแพทย์จีนเจินฟู่”
เจินฟู่คลินิก โดยแพทย์แผนจีน รักษาโรคด้วยการฝังเข็ม ครอบแก้ว ยาจีน
ผู้เขียน: ดร.พจ. เยาวเกียรติ เยาวพันธุ์กุล
คุณวุฒิ: ปริญญาเอก สาขาโรคไต เบาหวาน และต่อมไร้ท่อ
เลือกสาขาใกล้คุณ
เลือกสาขาที่สะดวกเพื่อดูข้อมูลแพทย์ เวลาให้บริการ การเดินทาง และช่องทางนัดหมาย

สาขาโชคชัย 4
ใบอนุญาตสถานพยาบาลเลขที่ 10109000765โครงการ The Shelter ถนนโชคชัย 4 เขตวังทองหลาง (สะพานสอง)
ดูรายละเอียดสาขา →
สาขารามอินทรา
ใบอนุญาตสถานพยาบาลเลขที่ 10109002667The Jas รามอินทรา ชั้น 2 ถนนลาดปลาเค้า เขตบางเขน
ดูรายละเอียดสาขา →
สาขาหาดใหญ่
ใบอนุญาตสถานพยาบาลเลขที่ 90109000368ถนนศรีภูวนารถ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ดูรายละเอียดสาขา →