ประวัติและหลักพื้นฐานแพทย์แผนจีน เจินฟู่คลินิก

ประวัติแพทย์แผนจีน

แพทย์แผนจีนเป็นศาสตร์การแพทย์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 3,000 ปี ซึ่งเกิดจากการทดลอง การสังเกตุ เเละการสั่งสมประสบการณ์โดยตรงจากการรักษา บำบัดผู้ป่วยโดยใช้สมุนไพร และ วัสดุต่างๆที่มีอยู่ในธรรมชาติ และเนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ จึงทำให้มีความหลากหลายทางชีววิทยา จึงมีวัตถุดิบที่หลากหลาย จนเกิดภูมิปัญญาที่เกิดจากการสั่งสมความรู้ด้วยประสบการณ์ตรง ตกผลึกเป็นองค์ความรู้ทางการแพทย์ โดยมีพื้นฐานความคิดที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาทางทฤษฎีหยิน-หยาง ปรัชญาทฤษฎีปัจธาตุ เเละปรัชญาทฤษฎีสารจำเป็นในร่างกาย ซึ่งกล่าวถึงความสมดุลของร่างกายเเบบ องค์รวม สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่มีผลต่อร่างกายมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะภูมิศาสตร์ อุณหภูมิ หรือ สภาพจิตใจ   ด้วยความที่ชนชาติจีนเป็นประเทศที่มีความเจริญทางวัฒนธรรมจวบจนมีความเจริญรุ่งเรืองตั้งแต่อดีตจน
ถึงปัจจุบัน จึงทำให้มีการเก็บรักษาองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยโบราณของจีนนั้น ยังคงเป็นที่รู้จักมาจนถึง ปัจจุบัน การแพทย์แผนจีนนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสาขาความรู้ที่ในปัจจุบันกำลังเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลกองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ยอมรับการแพทย์แผนจีนว่าเป็นอีกหนึ่งสาขาทางการแพทย์ที่สามารถรักษา บำบัดเเละป้องกันโรคได้ผล และยังประกาศให้การยอมรับการฝังเข็ม (Acupuncture treatment) ว่าเป็นวิธีการรักษาโรคได้หลากหลาย ปัจจุบันมีผลงานวิจัยมากมาย ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอีกด้วย

การวินิจฉัย 4 วิธีของแพทย์แผนจีน — 望闻问切

แพทย์แผนจีนไม่ได้ประเมินจากอาการเพียงอย่างเดียว แต่รวบรวมข้อมูลหลายด้านตามหลัก การตรวจ 4 วิธี (望闻问切) แล้วนำมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการของแต่ละบุคคล

望 — การมอง เช่น สีหน้า ลักษณะทั่วไป รูปร่าง การเคลื่อนไหว และการดูลิ้น

闻 — การฟังและดม เช่น น้ำเสียง ลักษณะการหายใจ รวมถึงกลิ่นที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน

问 — การถาม เช่น อาการปัจจุบัน การนอน การรับประทานอาหาร การขับถ่าย อารมณ์ และประวัติสุขภาพ

切 — การสัมผัส เช่น การจับชีพจร และการคลำบริเวณที่เกี่ยวข้องกับอาการ

ข้อมูลทั้ง 4 ด้านจะถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน ไม่ได้ใช้ข้อมูลจากวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียวในการสรุปการวินิจฉัย

4 วิธีการวินิจฉัยของแพทย์แผนจีน มอง ฟังและดม ถาม และสัมผัส

การตรวจจริงของแพทย์แผนจีน

ในการตรวจจริง แพทย์แผนจีนจะนำข้อมูลจากการซักประวัติ การสังเกตอาการ การดูลิ้น และการจับชีพจรมาประกอบกัน เพื่อประเมินรูปแบบความไม่สมดุลของร่างกาย (Pattern Differentiation) ก่อนวางแผนการรักษา

การดูลิ้นอาจพิจารณาสี รูปร่าง ความชุ่มชื้น และลักษณะฝ้าลิ้น ส่วนการจับชีพจรเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่แพทย์จีนใช้ประกอบการประเมินรูปแบบ เช่น ความพร่อง–แกร่ง ความร้อน–เย็น ชี่ เลือด และความชื้นตามแนวคิดแพทย์แผนจีน

แพทย์จะพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ร่วมกับอาการและประวัติของแต่ละคน ไม่ใช้ลิ้นหรือชีพจรเพียงอย่างเดียวเพื่อยืนยันโรคตามการแพทย์แผนปัจจุบัน

การตรวจจริงของแพทย์แผนจีนด้วยการซักประวัติ ดูลิ้น และจับชีพจร

คำถามที่พบบ่อย

แพทย์แผนจีนมีประวัติและพัฒนาการมาอย่างไร?

แพทย์แผนจีนมีพัฒนาการยาวนานมากกว่า 2,000 ปี และมีการรวบรวมแนวคิดจากการสังเกตธรรมชาติ การดำเนินชีวิต และประสบการณ์ทางการแพทย์ไว้ในตำราคลาสสิก เช่น หวงตี้เน่ยจิง (黄帝内经) ซึ่งเป็นหนึ่งในตำราสำคัญที่วางรากฐานแนวคิดเรื่องหยิน–หยาง ระบบเส้นลมปราณ และการวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการ แนวคิดเหล่านี้ยังคงใช้เป็นพื้นฐานของการแพทย์แผนจีนในปัจจุบัน

การวินิจฉัยของแพทย์แผนจีนแตกต่างจากแพทย์แผนปัจจุบันอย่างไร?

แพทย์แผนปัจจุบันประเมินจากอาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุหรือวินิจฉัยโรค ส่วนแพทย์แผนจีนเน้นการวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการ (Pattern Differentiation) โดยนำข้อมูลหลายด้านมาพิจารณาร่วมกัน เช่น อาการ การนอน การกิน การขับถ่าย ลิ้น และชีพจร เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับรูปแบบความไม่สมดุลของแต่ละคน

การตรวจแบบ มอง ฟังและดม ถาม และสัมผัส (望闻问切) คืออะไร?

เป็น 4 วิธีพื้นฐานที่แพทย์แผนจีนใช้รวบรวมข้อมูล ได้แก่ การมอง (望) เช่น สีหน้า ลักษณะทั่วไปและลิ้น, การฟังและดม (闻) เช่น น้ำเสียง การหายใจและกลิ่นที่เกี่ยวข้อง, การถาม (问) เช่น อาการ การนอน อาหาร การขับถ่าย และประวัติสุขภาพ และการสัมผัส (切) เช่น การจับชีพจรและการคลำบริเวณที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลทั้งหมดจะนำมาประเมินร่วมกัน ไม่ได้ใช้ข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งเพียงอย่างเดียว

“ชี่ เลือด หยิน หยาง” ในแพทย์แผนจีนหมายถึงอะไร?

ตามแนวคิดแพทย์แผนจีน ชี่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนและการทำงานของร่างกาย, เลือดมีหน้าที่หล่อเลี้ยง, หยินเกี่ยวข้องกับการหล่อเลี้ยง ความชุ่มชื้นและความสงบเย็น ส่วนหยางเกี่ยวข้องกับความอบอุ่นและการขับเคลื่อน การประเมินความสมดุลขององค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการวินิจฉัยแบบแพทย์แผนจีน ไม่ได้หมายถึงคำจำกัดความทางกายวิภาคหรือชีวเคมีโดยตรง

การดูลิ้นและจับชีพจรช่วยแพทย์จีนประเมินอะไร?

ในทางแพทย์แผนจีน ลักษณะของลิ้น เช่น สี รูปร่าง ความชุ่มชื้น และฝ้าลิ้น รวมถึงลักษณะชีพจร เป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินรูปแบบความร้อน–เย็น ความพร่อง–แกร่ง ชี่ เลือด และความชื้น แพทย์จะพิจารณาร่วมกับอาการและการซักประวัติ ไม่ใช้ลิ้นหรือชีพจรเพียงอย่างเดียวเพื่อยืนยันโรคทางการแพทย์แผนปัจจุบัน

สามารถใช้แพทย์แผนจีนร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบันได้หรือไม่?

สามารถใช้ร่วมกันได้ในลักษณะการแพทย์บูรณาการ (Integrative Medicine) โดยผู้ป่วยควรแจ้งรายการยา ผลตรวจ และแผนการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันให้แพทย์จีนทราบ เพื่อให้วางแผนการดูแลร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูร่างกาย ดูแลสมดุลโดยรวม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้ยาจีนร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ควรพิจารณาความเหมาะสมและปฏิกิริยาระหว่างยาร่วมด้วย

ผู้เขียน: ดร.พจ. เยาวเกียรติ เยาวพันธุ์กุล

คุณวุฒิ: ปริญญาเอก สาขาโรคไต เบาหวาน และต่อมไร้ท่อ

เลือกสาขาใกล้คุณ

เลือกสาขาที่สะดวกเพื่อดูข้อมูลแพทย์ เวลาให้บริการ การเดินทาง และช่องทางนัดหมาย

ใส่ความเห็น